บทความ

ความรู้เรื่องสถานบริการ (โดยย่อ)

พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙               “มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
              “สถานบริการ” หมายความว่า สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในทางการค้าดังต่อไปนี้
                (๑) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง เป็นปกติธุระประเภทที่มีและประเภทที่ไม่มีคู่บริการ  (เช่น ดิสโก้เธค)
                (๒) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า  (เช่น โรงน้ำชา)
                (๓) สถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า เว้นแต่     (เช่น อาบอบนวด)
                      (ก) สถานที่ซึ่งผู้บริการได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทยตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทยตามกฎหมายดังกล่าว หรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล  (เช่น นวดแผนไทย)
                     (ข) สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่ากา…

การยื่นคำขอตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.๒๕๕๘

รูปภาพ
พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.๒๕๕๘ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๔ มี.ค.๒๕๕๙ โดยมีบทเฉพาะกาล ที่เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานรักษาความปลอดภัยเดิมที่มีอยู่ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ได้รับการยกเว้นในบางเรื่องโดยมีเงื่อนไขที่จะต้องยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนภายในกำหนด
               ผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยเดิม จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต ภายใน ๑๒๐ วัน หลังจากที่ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ (ภายในวันที่ ๑ ก.ค. ๒๕๕๙)
               พนักงานรักษาความปลอดภัยเดิม จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต ภายใน ๙๐ วัน หลังจากที่ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ (ภายในวันที่ ๑ มิ.ย. ๒๕๕๙)
               ถ้าหากผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยเดิม ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในกำหนด ให้สามารถประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตจากนายทะเบียน ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการจดทะเบียนบริษัท หรือแก้ไขสัดส่วนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ แล้วแต่กรณี ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
               ถ้าพนักงานรักษาความปลอดภัยเดิม ยื่นเรื่องภายในกำหนด ให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ จนกว่าจะได…

การนับวันมีผลบังคับใช้ ในราชกิจจานุเบกษา

การกำหนดวันมีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา 
             การกำหนดวันที่มีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา สามารถกำหนดได้หลายรูปแบบ ดังนี้
             ๑.  ให้มีผลใช้บังคับนับตั้งแต่วันประกาศ  คือ  ผู้มีอำนาจลงนามในประกาศวันไหน ก็มีผลใช้บังคับวันนั้น
             ๒.  ให้มีผลใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  คือ  เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันใด ก็มีผลใช้บังคับวันนั้น
             ๓. ให้มีผลใช้บังคับนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  คือ  เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันใด ก็ให้มีผลบังคับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
             ๔. ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน หรือ ๑๒๐ นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  คือ  ให้นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปอีก ๙๐ วัน หรือ ๑๒๐ วัน
             ตัวอย่างเช่น
                     กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป  ถ้ากฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๑ (ดูจากหัวกระดาษมุมบนขวา)  จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๑  ไปจนครบ ๖๐ วัน  ซึ่งจะครบ ๖๐ วัน ในวันที่ ๒…

แนวทางประสานงานการสอบสวนคดีพิเศษ

แนวทางการประสานงานเพื่อปฏิบัติตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๗
สำนักงานตำรวจแห่งชาติข้อ ๑  ในกรณีที่พนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษในคดีความผิดทางอาญาตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๔ เรื่องกำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๗ และเห็นว่า เรื่องที่การสืบสวนสอบสวนนั้น มีลักษณะของการกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๗ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
              (ก)  คดีความผิดทางอาญา ที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
             (ข)  คดีความผิดทางอาญา ที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชนความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจ หรือการคลังข…

ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๘๔๔/๒๕๕๕
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ (มาตรา ๔๒, ๔๓)
             ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของผู้ครอบครองบ้าน ด้านทิศตะวันตกติดกับตึกแถวสามชั้นของผู้ถูกฟ้องคดีร่วม ประมาณกลางปี พ.ศ.๒๕๔๖ ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมได้ทำการซ่อมแซมตึกแถวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าอาคารพิพาทสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๓ และเป็นการสร้างที่ผิดแบบแปลนที่เทศบาลอนุญาต ซึ่ง ป. นายกเทศมนตรีตำบลท่าใหม่ในขณะนั้นได้มีหนังสือแจ้ง น. เจ้าของอาคารพิพาทเดิมให้ทำการแก้ไข แต่เจ้าของอาคารเดิมไม่ได้ดำเนินการใด ๆ
              อาคารพิพาทก่อสร้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้นและยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง ความไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงยังคงดำรงอยู่ ผู้เป็นเจ้าของครอบครองอาคารมีหน้าที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ จึงมีอำนาจสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องได้
             กรณีมิใช่นำกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมาใช้บังคับกับผู้ถูกฟ้องคดีร่วม และเมื่อคดีพิพาทนี้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข…

วิธีการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

พระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐

มาตรา ๕  ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             (วิธีการ –  ใช้เครื่องมือในการเจาะระบบไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Hardware หรือ Software ก็ตาม หรือใช้การปลอมแปลงไฟล์หรือชุดคำสั่ง เพื่อแฮคหรือแฝงตัวเข้ามาในเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น)
มาตรา ๖  ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             (วิธีการ - นำความรู้วิธีการแฮคระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไปเปิดเผย)
มาตรา ๗  ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
             (วิธี…

ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ต

              เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงการคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์ว่า หัวใจหลักของกฎหมายลิขสิทธิ์อยู่ที่การห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่ก็มีข้อยกเว้นคือ หากไม่ใช่การทำเพื่อการค้าและมีการอ้างอิงที่มา ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ทำให้ผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ลดลงหรือกระทบกระเทือนถึงสิทธิ์ของเจ้าของ ดังนี้
              ๑. ลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ หนังสือ ซอฟต์แวร์ เพลง รูปภาพ ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพข่าว ภาพยนตร์ ละคร เป็นต้น กรณีข้อเท็จจริงรวมทั้งข่าวที่รายงานเพียงแค่ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่เข้าข่ายงานอันมีลิขสิทธิ์ เราจึงสามารถเอามาใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
              ๒. การดาวน์โหลด ถือเป็นการทำซ้ำที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ กรณีเว็บไซต์ลิขสิทธิ์ที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ดาวน์โหลดได้ฟรีก็สามารถดาวน์โหลดได้ แต่ไม่สามารถแชร์ต่อได้ ส่วนกรณีเว็บไซต์ที่ให้บริการโดยเก็บค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลด เมื่อผู้ใช้เสียค่าบริการแล้วจึงจะดาวน์โหลดมาเพื่อรับชมหรือรับฟังได้ แต่ไม่สามารถแชร์ต่อได้เช่น…